‘กยศ.’ ให้โอกาสลูกหนี้จ่ายถูกลง

ยืดเวลาผ่อนจ่าย-ลดเบี้ยปรับอีก!
‘กยศ.’ ให้โอกาสลูกหนี้ หวังมีจิตสำนึกเพื่อรุ่นน้อง

กยศ. กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ให้โอกาสลูกหนี้อีกครั้ง ลดเบี้ยปรับ 75 เปอร์เซ็นต์ – ยืดเวลาผ่อนจ่าย 15 ปี หวังมีจิตสำนึกเพื่อรุ่นน้องมีทุนเรียนต่อ – สินเชื่อ

วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 รายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ รายงานว่า กยศ. หรือ กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ได้ออกนโยบายใหม่- สินเชื่อ

ลดเบี้ยปรับให้ลูกหนี้มากถึง 75 เปอร์เซ็นต์ ของวงเงินที่ถูกปรับค้างชำระ พร้อมทั้งขยายเวลาผ่อนชำระจากเดิม 9 ปี เพิ่มเป็น 15 ปี- สินเชื่อ

โดยก่อนหน้านี้ ทางกยศ. ได้มีการยื่นเรื่องฟ้องศาล เด็กที่กู้ยืมเงินไปไม่ใช้คืนจำนวนประมาณ 100,000 ราย จากนั้นได้มีการเรียกกลับมาเซ็นสัญญาว่าจะชำระหนี้

จำนวนประมาณ 80,000 ราย แต่ปรากฏว่าในจำนวนนี้ ได้หายไปถึง 70 เปอร์เซ็นต์ หลังจากเซ็นสัญญาแล้วไม่นำเงินมาใช้คืน กยศ.- สินเชื่อ

โดยทาง กยศ. ระบุว่า ในมุมหนึ่งเห็นใจทางลูกหนี้ เพราะเมื่อเรื่องเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล เดือนต่อไปทางลูกหนี้จะต้องหาเงินมาชำระเลย

ซึ่งพวกเขายังไม่สามารถหาเงินจำนวนดังกล่าวมาได้ และปรับตัวไม่ทัน จึงได้มีการออกนโยบายผ่อนผันออกมา- สินเชื่อ

ภายหลังจากมีการเผยแพร่นโยบายดังกล่าวออกมา ก็เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลายเสียงเห็นว่าทางกยศ. ใจดี หรือ เจ็บแล้วไม่จำ – สินเชื่อ

อย่างไรก็ดี ทาง กยศ. ต้องการให้เงินกลับเข้ามาในระบบให้มากที่สุด เพื่อที่เด็กนักเรียนรุ่นต่อไปจะได้มีเงินกู้ยืมเพื่อศึกษาต่อ ทั้งนี้ ขอวอนให้ลูกหนี้ไปชำระด้วย เพราะเด็ก ๆ นักเรียนรุ่นน้องรออยู่

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวถึงการดำเนินงานของ กยศ.- สินเชื่อ

ล่าสุดจากมาตรการหักเงินเดือนสำหรับลูกหนี้ กยศ. ที่ ทำงานอยู่ในหน่วยงานภาครัฐได้ครอบคลุมทั้งหมดแล้ว แม้ในส่วนการหักเงินจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 21 ของยอดรับชำระทั้งหมด

แต่การหักชำระที่แน่นอนทำให้สถานการณ์รับชำระหนี้ของ กยศ.ดีขึ้นมาก ปีที่ผ่านมามียอดชำระหนี้เข้ามารวมกว่า 31,000 ล้านบาท ซึ่งจากสถานการณ์ที่ดีขึ้น – สินเชื่อ


ในปีการศึกษา 2564 กยศ.เตรียมเพิ่มการส่งเสริมทุนกู้ยืมเพิ่มเติมสำหรับ 2 กลุ่มใหม่ นอกเหนือ จาก 2 กลุ่มเดิมที่เป็นกลุ่มหลักในการให้ทุนกู้ยืม- สินเชื่อ

คือกลุ่มคนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และกลุ่มคนที่ศึกษาในวิชาที่เป็นความต้องการหลัก โดย 2 กลุ่มที่จะเพิ่มคือ กลุ่มคนที่เลือกเรียนวิชาสาขาขาดแคลน- สินเชื่อ

เช่น วรรณคดี ภาษาศาสตร์ เป็นต้น และกลุ่มคนเก่ง ที่อาจผลักดันพิเศษให้เข้าถึงการศึกษาที่สูงกว่าระดับปริญญาตรี ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

คลิกดูแหล่งที่มาของข่าว