‘เอไอเอ’ เตรียมคิดเบี้ยสินเชื่อประกันใหม่

‘เอไอเอ’ เตรียมคิดเบี้ยสินเชื่อประกันใหม่

“เอไอเอ” ชงไอเดียคิดเบี้ยประกันตาม “อายุสุขภาพ” แทนคิดเบี้ยสินเชื่อตาม “ตารางมรณะ” หวังสร้าง new S-curve ใหม่ให้ธุรกิจประกันชีวิตในอนาคต “นายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยฯ” ชี้ต้องอาศัยบิ๊กดาต้า-อายุสุขภาพต้องได้รับการรับรองทางการแพทย์

นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในอนาคตการคิดเบี้ยประกันชีวิตโดยพิจารณาจากสุขภาพของลูกค้าจะเป็นโมเดลธุรกิจใหม่

ของวงการประกันชีวิตได้ โดยภาคธุรกิจต้องช่วยกันผลักดัน และการจะเกิดขึ้นได้นั้น ฐานข้อมูลระดับชาติต้องพัฒนาไปสู่การเก็บข้อมูลไบโอเมตริก (biometric) เพื่อนำมาอ้างอิงข้อมูลรายบุคคลที่ถูกต้องเป็นกลาง และมีความโปร่งใส โดยที่บริษัทประกันสามารถเข้าไปเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของรัฐได้ด้วย-สินเชื่อ

ขณะเดียวกัน ในภาพรวมอุตสาหกรรมของไทยต้องมีการเชื่อมต่อผ่าน IOT (internet of things) อย่างแพร่หลายขึ้น เพื่อทำให้การส่งถ่ายข้อมูลผ่านระบบ 5G เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ซึ่งจะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการพิจารณารับประกันบนความเสี่ยงของปัจเจกบุคคลเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สนิเชื่อและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย เพื่อจะสามารถออกกฎระเบียบให้สอดคล้องกับความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีในอนาคต

“ถ้า 3 ส่วนนี้เกิดขึ้นได้ ผมมั่นใจว่าการคิดเบี้ยตามอายุสุขภาพจะเกิดขึ้นแน่ และจะเป็น new S-curve ของธุรกิจสินเชื่อประกันชีวิต โดยปัจจุบันเอไอเอก็เริ่มเก็บข้อมูลการประเมินผลอายุสุขภาพของลูกค้าผ่านการเชื่อม

ต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ บนแอปพลิเคชั่น “เอไอเอไวทัลลิตี้” แต่ยังไม่สามารถนำมาพิจารณาคิดเบี้ยประกันสุขภาพได้จริง เนื่องจากการกำหนดเบี้ยในประเทศไทยยังอ้างอิงตารางมรณะไทย เช่น เพศชายไทยอายุ 44 ปี บริษัทประกันชีวิตจะต้องคำนวณอัตราเบี้ยในช่วงอายุ 40-45 ปี แม้ว่าอายุสุขภาพของคนอาจจะต่ำกว่าอายุจริงก็ตาม” นายกฤษณ์กล่าว

ขณะที่ นายพิเชฐ เจียรมณีทวีสิน นายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนการคิดเบี้ยมาคิดตามอายุสุขภาพ แต่ก็เชื่อว่ายังจำเป็นต้องมีตารางมรณะไทย

เพื่อใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานของอายุคน และเพื่อประเมินถึงความน่าจะเป็นในแต่ละช่วงอายุกับโอกาสการเสียชีวิต ซึ่งการจะทดลองนำร่องได้ต้องขึ้นอยู่กับข้อมูลขนาดใหญ่ (big data) ซึ่งบริษัทประกันชีวิตจำเป็นต้องแยกฐานข้อมูลสินเชื่อประกันสุขภาพออกมาเก็บสถิติ เพื่อจะนำมาพิสูจน์ได้ในอนาคต

“ข้อควรระวัง คือ ความเสี่ยงของอายุสุขภาพคนที่ตรวจจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนสินเชื่อเทคโนโลยีดิจิทัลนั้น จะสะท้อนความเป็นจริงได้ดีแค่ไหน และอายุสุขภาพคนได้รับรองจากทางการแพทย์มากน้อยแค่ไหน ซึ่งยังตอบยาก” นายพิเชฐกล่าว