‘แบงก์ชาติ’ ปล่อยกู้สินเชื่อช้อปปิ้งออนไลน์

ปล่อยกู้ช้อปปิ้งออนไลน์
‘แบงก์ชาติ’ ให้สินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล ‘Shopee’ ผ่อนนาน 3 เดือน

สินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล Shopee ต้นแบบปล่อยกู้ขาชอปออนไลน์ เมื่อวันก่อน ธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) เปิดเผยว่า ได้อนุญาตให้ บริษัท ซีมันนี่ (แคปปิตอล) จำกัด เป็นผู้ให้บริการ “สินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล” รายแรกในประเทศไทย ตามที่ ระบุในเว็บไซต์แบงก์ชาติวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา เมื่อตรวจสอบชื่อบริษัท ซีมันนี่ (แคปปิตอล) พบว่า เป็นบริษัทในเครือ เอสอีเอ กรุ๊ป (SEA Group) บริษัทสัญชาติสิงคโปร์ เจ้าของเดียวกับแพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ “ชอปปี้” (Shopee) และอี-วอลเล็ต “ชอปปี้ เพย์” (Shopee Pay)

โดยสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล ชอปปี้ได้ให้บริการที่ชื่อว่า “เอสเพย์เลเทอร์” (sPayLater) ให้ลูกค้าสมาชิกชอปปี้สามารถรับสินค้าไปก่อนแล้วจ่ายเงินที่หลัง หรือเลือกผ่อนชำระนานสูงสุด 3 เดือน อาจมีคนสงสัยว่า นอกจากบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล ที่พบเห็นในชีวิตประจำวันแล้ว “สินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล” คืออะไร? สมัครยังไง? และใช้ยังไง?

สินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล (Digital Personal Loan) เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่ใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) เช่น การชำระค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ รายได้ หรือพฤติกรรมการซื้อขายออนไลน์โดยการใช้ข้อมูลประเภทต่างๆ ต้องอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ใช้ข้อสมมติ (Assumption) ที่สมเหตุสมผล เช่น มีการประเมินความเสี่ยงที่เหมาะสม (Customized Risk Profile) ของผู้บริโภคแต่ละรายจากข้อมูลที่แตกต่างกัน

ข้อมูลเหล่านี้ จะนำมาประเมินความสามารถหรือความเต็มใจในการจ่ายหนี้ เน้นกลุ่มเป้าหมายหลักคือ ลูกค้ากลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำ กลุ่มที่ไม่สามารถพิสูจน์รายได้ และกลุ่มที่ไม่มีทรัพย์สินที่สามารถใช้เป็นหลักประกัน
หลักเกณฑ์ก็คือ ให้สินเชื่อแก่ผู้บริโภคแต่ละราย รวมกันไม่เกิน 20,000 บาท โดยไม่จำกัดวัตถุประสงค์ในการกู้ยืม ให้ผ่อนชำระแต่ละสัญญาได้ไม่เกิน 6 เดือน คิดดอกเบี้ยสินเชื่อและค่าธรรมเนียมสูงสุดไม่เกิน 25% ต่อปี

ที่สำคัญ แบงก์ชาติยังผ่อนหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบธุรกิจ ไม่ต้องดู “ฐานะทางการเงิน” จากรายได้หรือกระแสเงินสด และไม่จำเป็นต้องกำหนดวงเงินสินเชื่อตามสัดส่วนรายได้หรือกระแสเงินสด เมื่อเทียบกับสินเชื่อส่วนบุคคลอื่นๆ อีกทั้งผู้ประกอบธุรกิจไม่จำเป็นต้องนำวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล นับรวมกับสินเชื่อบุคคลรูปแบบอื่นๆ และไม่จำเป็นต้องใช้แหล่งข้อมูลกลาง (เช่น เครดิตบูโร) เพื่อตรวจสอบวงเงินสินเชื่อและภาระหนี้สิน

ที่แบงก์ชาติกำหนดเช่นนี้ เพื่อให้ประชาชนบางกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ ให้เข้าถึงบริการทางการเงินในระบบ แทนที่จะกู้เงินแบบชาวบ้านร้อยละยี่สิบ และสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีในภาคการเงินโดยผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดทำและใช้ช่องทางเบิกจ่ายและชำระคืนสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก เช่น การเบิกจ่ายและชำระคืนสินเชื่อผ่านการโอนเงิน หรือตัดบัญชีอัตโนมัติ หรือผ่านเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money)

ส่วนที่ให้วงเงินสูงสุด 20,000 บาท ก็เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการในตลาดสินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้น และสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ต้องการวงเงินสูงมากนัก ขณะเดียวกันเพื่อดูแลไม่ให้ประชาชนก่อหนี้เกินตัวสำหรับบริษัทไหนที่สนใจทำสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล แจ้งความประสงค์มาได้ที่แบงก์ชาติ ถ้าไม่ได้ใช้เทคโนโลยีใหม่อย่างไบโอเมตริกซ์มาใช้ ก็ไม่ต้องทดสอบการให้บริการแบบ Sandbox แต่ให้สาธิตผลิตภัณฑ์และบริการต้นแบบแทน