‘ออมสิน’ ลุยแก้หนี้-เติมเงิน-สร้างงานให้ – เงินกู้สินเชื่อ

‘ออมสิน’ ลุยแก้หนี้-เติมเงิน-สร้างงานให้ – เงินกู้สินเชื่อ

‘วิทัย รัตนากร’เปิดภารกิจเพื่อสังคม ‘ออมสิน’ลุยแก้หนี้-เติมเงิน-สร้างงาน – เป็นที่ยอมรับกันว่าการเปลี่ยนผ่านธนาคารออมสินมาสู่การเป็นธนาคารเพื่อสังคม ภายใต้การกุมบังเหียนของ ‘วิทัย รัตนากร’ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2563 พิสูจน์ด้วยผลงานที่จับต้องได้ เห็นผลจริง ตลอดปี 2563 ที่ผ่านมา การจับออมสินแต่งตัวใหม่ จากธนาคารที่เน้นการเข้าถึงกลุ่มทุกลูกค้า สู่การเป็นธนาคารที่ออกผลิตภัณฑ์ ที่มุ่งตอบโจทย์ ลดความเหลื่อมล้ำ ภายใต้ทิศทางของรัฐบาล สะท้อนจาก สินเชื่อต่างๆ (ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค สินเชื่อ เงินกู้)

โดยเฉพาะการลดผลกระทบให้กับประชาชน และลูกค้าที่ได้รับ ที่โจทย์ใหญ่ ตลอดช่วงปี 2563 สะท้อนจากผลิตภัณฑ์สินเชื่อต่างๆ ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการพักหนี้ สินเชื่อเสริมพลังฐานราก สินเชื่อผู้ประกอบการประมง สินเชื่อฉุกเฉิน เพื่อ ประคับประคองสถานการณ์ เป็นแขนขาให้รัฐบาล และที่พึ่งพิงปากท้องให้กับประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบได้เป็นอย่างดี (สินเชื่อ เงินกู้ ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค)

มาถึงปี 2564 ทิศทางของออมสินจะเป็นอย่างไร ในช่วงปีที่ 2 ของนายวิทัย รัตนาการ ได้เปิดมุมมอง และแผนการดูแลประชาชน และภาคธุรกิจ ตลอด ทั้งปีได้อย่างน่าสนใจ “ในปี 2564 ภารกิจหลักของออมสินมีอยู่ประมาณ 4 เรื่องคือ 1.การมุ่งแก้ไขปัญหาหนี้ ที่เกิดจากการพักหนี้ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ในปี 2563 ยังมีบางส่วนที่ต้องได้รับการช่วยเหลือ 2.มุ่งแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำผ่านมาตรการสินเชื่อ 3.ให้ออมสินเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับท้องถิ่น และ 4.ออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อพิเศษเพื่อดูแลประชาชน” (สินเชื่อ เงินกู้ ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค)

นายวิทัยกล่าวและว่า ทั้ง 4 มาตรการออมสินได้แบ่งช่วงเวลาดำเนินการไว้เป็น ‘โรดแม็ป’ ตลอดทั้งปี 2564 โดยในช่วงต้นปี ม.ค.-มี.ค. ธนาคารจะเร่งแก้ปัญหาหนี้ที่มาจากมาตรการพักหนี้ในปี 2563 ที่ได้ออกมาตรการพักหนี้ให้กับลูกค้าทั้งหมด 2.5 ล้านบัญชี คิดเป็นวงเงินสินเชื่อกว่า 1.065 ล้านล้านบาท ซึ่งเมื่อมาตรการดังกล่าวสิ้นสุดแล้ว ลูกหนี้ส่วนใหญ่กว่า 90% สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ กลับมาเป็นกลุ่มสีเขียวแล้ว (ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค สินเชื่อ เงินกู้)

แต่ก็ยังมีลูกหนี้บางกลุ่มที่ไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามงวดเดิม 2.5 แสนราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อ 80,000 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่เป็นลูกค้ารายย่อย ข้าราชการ และประชาชนทั่วไป ธนาคารจึงได้ออกมาตรการปรับแผนชำระหนี้ พักเงินต้น ลดดอกเบี้ย เพื่อช่วยเหลือลูกค้าไม่ให้กลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) (ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค สินเชื่อ เงินกู้)

“ต้องช่วยเหลือลูกค้าไม่ให้เป็น NPL เพราะถ้าเขาเป็นหนี้เสียแล้ว จะติดอยู่ในเครดิตประวัตินานถึง 3 ปี จะไม่สามารถกู้แบงก์ได้อีกหลายปี และจะกลายเป็นบูโร สกอร์ ซึ่งทำให้คะแนนต่ำมาก เมื่อต้องการขอสินเชื่อก็จะขอลำบาก ออมสินจึงต้องช่วยลูกค้ากลุ่มนี้ ถ้าไม่ช่วยเขาคลื่นลูกนี้จะใหญ่ขึ้น” (สินเชื่อ เงินกู้ ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค)

มาตรการนี้จะเป็นการปรับแผนการชำระหนี้ให้ตามความสามารถในการจ่ายของลูกค้า โดยมีทั้งการพักชำระหนี้เงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยเต็มจำนวน ส่วนกรณีที่ธนาคารพิจารณาแล้วว่าลูกค้าจ่าย ไม่ไหว จะให้พักชำระเงินต้นและเลือกจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราที่กำหนด โดยออมสินจะลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าไปเลย ตั้งแต่ 25%, 50% และ 75% โดยไม่มีการบันทึกรายได้แล้วมาตามเก็บลูกค้าอีกครั้ง (ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค สินเชื่อ เงินกู้)

ผู้อำนวยการธนาคารออมสินกล่าวอีกว่า ออมสินจะลดดอกเบี้ยให้กับลูกค้าฟรีเลย เป็นแบงก์เดียวที่ลดดอกเบี้ยให้ลูกค้า ซึ่งจะทำให้กำไรของแบงก์ในปีนี้ลดลงแน่นอน แต่ถือเป็นการช่วยคน เช่น มีหนี้ 100 บาท แล้วลูกหนี้จ่าย 25 บาท ส่วนที่เหลือ 75 บาท ออมสินก็ตัดทิ้งไปเลย จากการออกมาตรการจะกระทบต่อรายได้ดอกเบี้ยของธนาคารในปีนี้ รวมทั้งธนาคารยังต้องเป้าหมายสำรองส่วนเกินเพิ่มอีก 1-2 หมื่นล้านบาท จากสิ้นปี 2562 ที่มีสำรองเกินเพียง 4,000 ล้านบาท เพื่อให้ฐานะธนาคารมีความเข้มแข็งในระยะยาวต่อไป (สินเชื่อ เงินกู้ ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค)

จากมาตรการพักหนี้ให้กับลูกหนี้ที่เริ่มมีปัญหา จำนวน 80,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงพอสมควร เมื่อแก้แล้วก็จะเหลือหนี้เสียจริงๆ ไม่เกิน 20,000 ล้านบาท โดยคาดว่าในปี 2564 NPL จะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1-2% แต่ในภาพรวมจะยังไม่เกิน 4% ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่บริหารจัดการได้ (สินเชื่อ เงินกู้ ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค)

จากนั้นในช่วงเดือน เม.ย.จะมุ่งสินเชื่อเพื่อ ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยนำร่องโครงการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ โดยร่วมทุนกับบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) หรือ SAWAD เปิดตัว ‘บริษัท เงินสดทันใจ จำกัด’ ทำธุรกิจจำนำทะเบียนรถ เบื้องต้นเตรียมวงเงิน 20,000 ล้านบาท เปิดรับจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ อัตราดอกเบี้ยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 14.99% ต่อปี หรือเท่ากับ 0.69% ต่อเดือน ปล่อยกู้ทั้งลูกค้าใหม่ และรีไฟแนนซ์ สามารถปล่อยกู้ให้ลูกค้าได้ 800,000-1,000,000 ราย เฉลี่ย รายละ 20,000-30,000 หมื่นบาท (สินเชื่อ เงินกู้ ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค)

ออมสินมั่นใจว่าการร่วมทุนกับศรีสวัสดิ์ครั้งนี้ จะทำให้ดอกเบี้ยในตลาดจำนำทะเบียนลดลงมาอยู่ที่ 16-18% ในระยะยาวได้ จากปัจจุบันที่อยู่ในระดับ 28% ธุรกิจจำนำทะเบียนมีกำไรค่อนข้างสูง มีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 20% เทียบสถาบันการเงินที่ 3.5% และธนาคารของรัฐที่ 2.5% ต่อให้ลดดอกเบี้ยลงครึ่งหนึ่งยังมีกำไร ประชาชนก็จะได้ประโยชน์ ลูกค้าที่มาใช้บริการในช่วง 3 เดือนแรกจะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษที่ 14.99% หลังจากนั้นในระยะยาวอัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้นเป็น 16-17% แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับภาพรวมตลาด (ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค สินเชื่อ เงินกู้)

คาดว่าภายในเดือนแรกจะสามารถปล่อยกู้ได้ 3,000-5,000 ล้านบาท และหลังจากนั้นอีก 2 เดือนจะเริ่มเปิดรับจำนำทะเบียนรถยนต์ โดยจะคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า 18% เช่นกัน ปล่อยกู้รายละไม่เกิน 200,000 บาท โดยจะเน้นไปที่กลุ่มฐานรากเป็นหลัก เพื่อช่วยบรรเทาความ เดือดร้อน หลังจากนั้นในช่วงเดือน มิ.ย. ออมสินเตรียม เปิดตัวโครงการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนให้เกิดการจ้างงาน สร้างอาชีพ โดยเฉพาะแรงงานที่ได้รับผลกระทบ ที่ออกจากระบบไปแล้ว กลับต่างจังหวัดแล้วไม่มีอาชีพก็จะเข้าไปดูแล (ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค สินเชื่อ เงินกู้)

มีรวมๆ ทั้งหมด 4 มาตรการ ช่วยเหลือทุกกลุ่ม ขณะนี้กำลังทำรายละเอียดอยู่ ให้ครอบคลุมมากที่สุด “โครงการจะสนับสนุนให้ภาคธุรกิจเกิดการ จ้างงาน คงบอกไม่ได้ว่าจะทำให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นกี่อัตรา หรือได้กี่แสนคน ออมสินทำได้เพียงสนับสนุน และทำให้ดีที่สุด โดยทั้ง 4 มาตรการคงไม่ได้ใช้เงินมากนัก โครงการสร้างอาชีพที่จะทำ จะทำให้เห็นผลจริง ไม่ได้เป็นการประชาสัมพันธ์” (สินเชื่อ เงินกู้ ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค)

นายวิทัยกล่าวและว่า ก่อนช่วงท้ายปีไตรมาส 4/2564 ธนาคารออมสินเตรียมมาตรการช่วยเหลือลูกค้าลดความเหลื่อมล้ำ เป็นโปรเจ็กต์ใหญ่ ซึ่งขณะนี้มีไอเดียแล้ว แต่ในหลักการให้ไปดำเนินการ แน่นอนว่าจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้าง ลดความเหลื่อมล้ำให้กับประชาชน เพื่อตอกย้ำในการผลักดันให้ธนาคารออมสิน เป็นธนาคารเพื่อสังคมอย่างแท้จริง (สินเชื่อ เงินกู้ ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค)

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/economics/stock-monitor/news_6212253

About Supatrugee Truststore Columnist

View all posts by Supatrugee Truststore Columnist →