เงื่อนไข รัฐให้เงินเที่ยวสงกรานต์ 5 พัน

เงื่อนไข รัฐให้เงินเที่ยวสงกรานต์ 5 พัน

วันที่ 8 มี.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเพจเราชนะ ได้โพสต์ข้อความ ถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเราชนะ เพื่อช่วยเหลือประชาชน

ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ โดยแจกเงินเยียวยา 3,500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน รวม 7,000 บาท

โดยสามารถมาลงทะเบียนผ่าน www.เราชนะ.com ล่าสุด ได้โพสต์ข้อความ ว่า เตรียมเฮกันเลย จัดให้ทั้งวันหยุดและเงินเที่ยว ‼️ สงกรานต์ปีนี้ หยุดยาว6 วัน (10-15 เม.ย)

แต่ !! เท่านั้นยังไม่พอ จัดให้อีกต่อ เตรียมเปิดโครงการใหม่ “ทัวร์เที่ยวไทย” แจก 5,000 บ. ช่วยค่าเที่ยว เพียงอายุ 18 ปีขึ้นไป แทนที่เที่ยวไทยวัยเก๋าที่กำหนดอายุ 55 ปีขึ้นไป

(รอรายละเอียดเต็มหลังมติ ครม.) โดยมี รายละเอียดเบื้องต้น -อายุ18 ปีขึ้นไป -สมทบเงินสูงสุด 5,000 บ./คน ให้ออกเดินทางเที่ยวผ่านบริษัททัวร์ (โดยจะสมทบเงินให้ 40% ของแพคเกจ)

สำหรับรายละเอียดทัวร์เที่ยวไทยเต็มๆ ต้องรอสรุป มติ ครม.คาดว่าจะออกมาเร็วๆนี้ ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ เพจ เราชนะ โพสต์ข้อความระบุว่า ฟังให้ดี ใครกลัวไม่ได้เที่ยวสงกรานต์นี้

วันหยุดมีแล้วแต่เงินยังไม่มี ทำไงดี มาดู‼️ อัพเดต ทุกโครงการเที่ยว เราเที่ยวด้วยกัน เฟส3 -เพิ่มอีก 2 ล้านสิทธิ์ -คาดว่าจะเริ่มให้ทัน 26 มีนาคม (ก่อนสงกรานต์) -ขยายเวลาใช้สิทธิ์

เป็น กรกฎาคม 2564 (เดิมร่างเป็น ก.ย.64) -เปลี่ยนเงื่อนไขเป็นจองล่วงหน้า14วัน -เพดานค่าห้องอาจเหมือนเดิม -ค่าตั๋วเครื่องบิน อาจเพิ่มตั๋วบุฟเฟต์ให้สามารถเคลมได้ด้วย

เที่ยวไทยวัยเก๋า (ทัวร์เที่ยวไทย) -เปลี่ยนชื่อเป็นทัวร์เที่ยวไทย -ปรับเงื่อนไขคนใช้สิทธิเป็น 18 ปีขึ้นไป (เดิมร่างเป็น 55 ปีขึ้นไป) -ช่วยเหลือค่าทัวร์เมื่อทำการจองกับบริษัททัวร์สูงสุด 5,000 บาท

-ให้ 1 ล้านสิทธิ์ ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลัง รายงานความคืบหน้าของโครงการ “เราชนะ” ณ วันที่ 8 มีนาคม 2564 ดังนี้ 1. ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน

ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 40,631 ล้านบาท 2. ประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง

และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการ แล้ว มีจำนวนมากกว่า 16.5 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสม

ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 50,838 ล้านบาทและ 3. ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 0.5 ล้านคน

มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2564 เป็นต้นมา จำนวน 1,106 ล้านบาท ทั้งนี้ ทำให้มีผู้ได้รับสิทธิ์โครงการรวมทั้งสิ้นจำนวน 30.7 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทย

แล้วกว่า 92,575 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการ

About Supatrugee Truststore Columnist

View all posts by Supatrugee Truststore Columnist →