เช็คเลย ‘มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้’ รูปแบบใหม่ เจ้าหนี้รายไหน-ใครทำได้บ้าง

เช็คเลย ‘มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้’ รูปแบบใหม่ เจ้าหนี้รายไหน-ใครทำได้บ้าง

“มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” แบงก์ชาติได้กล่าวไว้ อันเนื่องมาจากการเกิดปรากฏการณ์ “มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้” ซึ่งเป็นผลมาจากวิกฤต COVID-19 และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด ส่งผลให้รายได้ของทุกคนลดลงไปจนถึงไม่มีรายได้เลยก็มี

แต่ในทางกลับกันภาระหนี้ที่ต้องจ่ายยังคงมีอยู่เหมือนเดิม และเพิ่มขึ้น (เพราะดอกเบี้ยเดินทุกวัน)…จะทำยังไง ไม่ให้เกิดหนี้เสีย หรือ NPL มากขึ้น จึงได้เกิดการร่วมมือระหว่างแบงก์ชาติ กับสำนักงานศาลยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม กรมบังคับคดี ลงนาม MOU ร่วมกัน เพื่อให้ลูกหนี้ทั้งหลายมีทางออกแบบยั่งยืนด้วยการจัด “มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้” ขึ้น

ทำความรู้จักกับ “มหกรรมไกล่เกลี้ยหนี้” ให้มากขึ้น
“มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้” คือ การนัดเจ้าหนี้ ลูกหนี้ มาคุยหาข้อตกลงเงื่อนไขการชำระหนี้กันใหม่อีกครั้ง โดยมีคนกลางไกล่เกลี่ย โดยในครั้งนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้ลงทะเบียนขอไกล่เกลี่ยหนี้สมัครผ่านเว็บไซต์ http://www.1213.or.th/App/DMed/V1 (เพื่อให้ตรงตามระเบียนในสถานการณ์โควิด-19) ซึ่งข้อตกลงจากการขอไกล่เกลี่ยครั้งนี้จะเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่เจ้าหนี้ตกลงกับแบงก์ชาติไว้แล้ว และกรมบังคับคดีได้สนับสนุนและตรวจสอบข้อมูลรวมทั้งเงื่อนไขให้ถูกต้องและเป็นธรรมแล้ว

“มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้” ครั้งนี้… เหมาะกับใคร?
หลายคนเกิดความสงสัยว่า “มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้” ครั้งนี้ ใครบ้างที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ หรือเหมาะกับใครที่สุด? ซึ่งคำตอบก็คือ เป็นโครงการที่จัดทำเพื่อไกล่เกลี่ยหนี้ทั้งที่สถานะยังดี, เป็น NPL, เป็นหนี้เสียก่อนฟ้อง หรือหนี้ที่อยู่ระหว่างการฟ้องร้อง ไปจนถึงหนี้ที่มีคำพิพากษา หรือบังคับคดีแล้ว โดยมีส่วนที่เพิ่มเติมคือมาตรฐานกลางการชำระหนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลไม่มีหลักประกัน แต่ถ้าเป็นลูกหนี้อื่นที่เช้ามาลงทะเบียนเพื่อขอความช่วยเหลือก็จะไม่ถูกทอดทิ้งนะคะ แต่จะได้รับคำแนะนำช่องทางความช่วยเหลือกช่องทางอื่นที่เหมาะสมกว่าต่อไป และที่สำคัญคือการเข้าร่วมมหกรรมไกล่เกลี่ยในครั้งนี้ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นนะคะ

งานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ครั้งหนี้ (14 ก.พ. ถึง 14 เม.ย. 2564) เน้นที่หนี้ประเภทไหน? และไกล่เกลี่ยแบบไหน?
เนื่องจากหนี้สินส่วนใหญ่เกิดขึ้นมาจากปัญหาหนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลทุกสถานะ ทำให้แบงก์ชาติเล็งเห็นความสำคัญของการไกล่เกลี่ย จึงได้ร่วมกับสำนักงานยุติธรรม กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ร่วมกันจัดงาน มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน” เพื่อให้ครบวงจรการแก้ไขปัญหาหนี้สิน โดยใช้ช่องทางในการจัดงานครั้งนี้เพื่อไกล่เกลี่ยปัญหากับเจ้าหนี้ ซึ่งการจัดการหนี้แต่ละสถานะสามารถจัดการได้ดังนี้

1. ลูกหนี้ดี (ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน) ลูกหนี้ดีนี้สามารถลดภาระที่มีให้น้อยลง ด้วยการลงทะเบียนเพื่อขอเปลี่ยนหนี้บัตรเครดิตที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง 16% เป็นหนี้ที่มีระยะเวลาผ่อนนานถึง 4 ปี โดยดอกเบี้ยต่ำลงคือ 12% และมีค่างวดที่แน่นอน และในกรณีนี้ลูกหนี้สามารถขอให้คงวงเงินบัตรเครดิตบางส่วนเอาไว้ได้ โดยจะไม่มีผลกระทบประวัติในฐานข้อมูลเครดิตบูโร

2. ลูกหนี้ที่สถานะเป็น NPL ทั้งที่ยังไม่ถูกฟ้องหรือถูกฟ้องแล้ว ลูกหนี้ NPL ที่ยังไม่ถูกฟ้องหรือถูกฟ้องแล้ว จะต้องเข้าช่องทางของงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ครั้งนี้ด้วยการสมัครเข้าคลินิกแก้หนี้ โดยจะถือว่าเป็นการสมัครเข้าคลินิกแก้หนี้ และเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยของศาลไปพร้อมๆ กัน

3. หนี้ NPL ที่มีคำพิพากษาบังคับคดีแล้ว และนี่คือหมัดเด็ดที่ถือเป็นความพิเศษของงานมหกรรมไกล่เกลี่ยในครั้งนี้ก็คือ การไกล่เกลี่ยให้กับลูกหนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีคำพิพากษาและถูกบังคับคดีแล้ว (แต่ต้องก่อนทรัพย์ถูกขายทอดตลาด) ไม่สามารถเข้าคลินิกแก้หนี้ได้ เนื่องจากลูกหนี้สถานะนี้เจ้าหนี้มักจะไม่ยอมเจรจาไกล่เกลี่ยแล้ว แต่ในงานมหกรรมครั้งนี้ลูกหนี้ประเภทนี้สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้เพื่อเป็นการช่วยเหลือลูกหนี้ให้เดินต่อได้ และเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ในชั้นบังคับคดีได้เข้ามาปรับโครงสร้างหนี้ร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง

มีเจ้าหนี้รายไหน… เข้าร่วมมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ครั้งนี้บ้าง? ในงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ครั้งนี้ มีสถาบันทางการเงินทั้งหมดจำนวน 22 แห่ง พร้อมให้ความช่วยเหลือลูกหนี้เพื่อให้ทุกคนพ้นวิกฤตนี้ไปได้ พร้อมกับเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ในชั้นบังคับคดีสามารถเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้อีกครั้งหนึ่งได้อีกด้วย

About tapanee truststore columnist

View all posts by tapanee truststore columnist →