กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน รับ ‘เราชนะ’ รวดเดียว 7,000

กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน รับ ‘เราชนะ’ รวดเดียว 7,000 (ข่าวการเงินและสินเชื่อ)

คลัง เผย “เราชนะ” รับสิทธิทะลุ 32.3 ล้านคน ยอดใช้จ่ายพุ่ง 1.2 แสน้านบาท ชี้กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน ลงทะเบียนวันที่ 8-26 มี.ค. ตรวจสอบสิทธิ์ 5 เม.ย. รอรับเงินรวดเดียว 7,000 บาท 9 เม.ย.นี้

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการเราชนะแล้ว รวมทั้งสิ้นจำนวน 32.3 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียน (ข่าวการเงินและสินเชื่อ)

ในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 120,815 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการฯ

รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 1.2 ล้านกิจการ โดยความคืบหน้าของโครงการฯ ณ วันที่ 16 มีนาคม 2564 ดังนี้ (ข่าวการเงินและสินเชื่อ)

1) ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 50,182 ล้านบาท

2) ประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www. เราชนะ .com(ข่าวการเงินและสินเชื่อ)

ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการฯ แล้ว จำนวน 16.6 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 68,139 ล้านบาท

และ 3) ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 2.0 ล้านคน มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2564 เป็นต้นมา จำนวน 2,494 ล้านบาท(ข่าวการเงินและสินเชื่อ)

นางสาวกุลยา กล่าวว่า ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ (กลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน) ระหว่างวันที่ 8 – 26 มีนาคม 2564 มีประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ในช่วงเวลาดังกล่าว

จะทราบผลการคัดกรองคุณสมบัติได้ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2564 เป็นต้นไปโดยผู้ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติจะได้รับการโอนวงเงินสิทธิ์ จำนวน 7,000 บาทและสามารถใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ผ่านบัตรประชาชน(ข่าวการเงินและสินเชื่อ)

แบบอเนกประสงค์ (Smart Card) ได้ที่ผู้ประกอบการร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2564 โดยประชาชนที่ประสงค์จะลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ

สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ในท้องที่เพื่อดำเนินการประสานการจัดหน่วยรับลงทะเบียนเคลื่อนที่ หรือติดต่อที่สาขาหรือจุดให้บริการเคลื่อนที่ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ)(ข่าวการเงินและสินเชื่อ)

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ทั้งนี้ ประชาชนกลุ่มดังกล่าวต้องพิสูจน์และยืนยันตัวตนโดยการเสียบบัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์ (Dip Chip) ผ่านเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์

(Electronic Data Capture หรือ EDC) พร้อมกำหนดรหัส (PIN Code) ที่สาขาหรือจุดบริการเคลื่อนที่ของธนาคารกรุงไทยฯ ก่อน จึงจะสามารถใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ผ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ได้(ข่าวการเงินและสินเชื่อ)