‘พอล ภัทรพล’ แนะวิธี แผนการรวยฉบับมนุษย์เงินเดือน – เงินกู้สินเชื่อ

‘พอล ภัทรพล’ แนะวิธี แผนการรวยฉบับมนุษย์เงินเดือน

พอล ภัทรพล ศิลปาจารย์ หนึ่งในผู้ที่ลองผิดลองถูกเกี่ยวกับอิสรภาพทางการเงิน Financial Freedom แต่ในปัจจุบันเขากลายเป็นผู้ประสบความสำเร็จ และเกษียณตัวเองได้เร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ดาราหนุ่มผู้คว่ำหวอดแวดโลดแล่นในวงบันเทิงอย่าง “พอล ภัทรพล ศิลปาจารย์” ที่หลายๆ คนอาจจะเห็นภาพเบื้องหน้าของเขาที่เป็นดารา พิธีกร หรือนักร้อง แลละล่าสุดยังเป็นนักเขียน ที่เป็นอีกบทบาทหนึ่งที่ผู้ชายคนนี้ได้พลิกผันชีวิตตัวเองมาจับปากกา เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวผ่านหนังสือ “เหนื่อยชั่วคราว สบายชั่วโคตร” แค่เห็นชื่อหนังสือก็ทำให้อยากจะติดตามแล้วว่า สิ่งใดที่จะทำให้สบายได้ยาวนานขนาดนั้น – ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค –

ซึ่ง ‘พอล ภัทรพล’ ได้มาเล่าถึงวิธีการสร้างความ มั่งคั่ง ร่ำรวย สำหรับมนุษย์เงินเดือน ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่า ไม่มีผิด ไม่มีถูก อยู่ที่คุณตั้งโจทย์ชีวิตอันดับแรก ว่าคุณอยากไปอยู่จุดไหน จะมีวิธีคราวๆดังนี้ 1. ต้องวางแผนการเกษียณ ว่าตอนแก่ ต้องใช้เงินเท่าไหร่ ต้องวางแผนการเงินให้มั่นคง และวางแผนในระยะยาว เราจะได้มีเป้าหมายที่ชัดเจน 2. ต้องมีมากกว่า 1 อาชีพ ไม่ได้บอกว่างานประจำไม่ดี การมีรายได้ 2 ทางถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะหากอาชีพประจำที่ 1 มีปัญหา เราก็ยังมีรายได้ที่ 2 เข้ามาช่วยจุนเจือในครอบครัวนั่นเอง

3. ได้เงินเดือนมาลงทุนก่อนใช้ อย่าพึ่งรีบเอาไปใช้อย่างอื่น แบ่งไว้ประมาณ 20% ไม่งั้นจะไม่สามารถนำมาลงทุนได้ เพื่อนำเงินไปต่อยอดสร้างเงินขึ้นมาเพิ่ม 4. เพิ่มรายได้ พนักงานประจำคือสามารถเพิ่มสกิลการทำงาน ขยัน ทำให้ได้โบนัสมีเงินเพิ่มขึ้นนั่นเอง 5. ควบคุมรายได้ ลดสิ่งที่ไม่จำเป็น ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ เสื้อผ้า เทคโนโลยี 6. อย่าฟุ่งเฟ้อตามไลฟ์สไตล์ เช่นกินกาแฟแก้วละ 100 บาท ต้องมีกระเป๋าแบบนี้ เขามีฉันก็ต้องมี ซึ่งบางคนไม่จำเป็น ฉะนั่นเราต้องควบคุมการใช้จ่ายที่จำเป็นเท่านั่น – ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค –

หลักการวางแผนการลงทุนเพื่อให้ตัวเองเกษียณเร็วขึ้น หลายคนที่อยากจะเกษียณตัวเองเร็วๆ นั่นเพราะต้องการสบายหลังจากที่เก็บเงินมานาน ซึ่งส่วนใหญ่คนที่ทำงานมานานและเก็บเงินไปด้วย เมื่อเกษียณก็อยากจะใช้บั้นปลายชีวิตให้มีความสุขกับเงินที่หามาได้และใช้จ่ายโดยที่ตัวเองไม่เดือดร้อน ซึ่งดาราหนุ่มเองก็เผยออกมาว่า อยากเกษียณเร็วตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งก็เหมือนคนทั่วๆ เพราะหากต้องการเกษียณเร็วก็ต้องมีเงินเก็บให้มากและจะต้องมีเงินก้อนให้ให้เยอะที่สุด ทำให้เขาค่อนข้างทำงานอย่างหนักในช่วงก่อนหน้านี้

โดยงานในวงการบันเทิงก็เป็นงานอย่างหนึ่งที่เขาได้ทำมาตลอด และมีงานอย่างต่อเนื่อง และพอลเองก็สนุกกับงานที่ทำ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งด้วยอายุที่เริ่มมากขึ้น นักแสดงใหม่ๆเยอะขึ้น ทำให้เขาต้องมองหาอะไรที่มั่นคงและรายได้ดี แต่ความต้องการที่อยากจะเกษียณเร็วยังอยู่ นั่นก็หมายความว่าเขาจะต้องทำอะไรเพื่อให้มีรายได้มากกว่านี้ หลังจากนั้นพอลก็ออกมาทำธุรกิจส่วนตัวแต่ก็ยังรับทำรายการทีวีควบคู่ไปด้วย โดยมีการวางแผนการเงินซึ่งระหว่างทางก็มีการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ และเข้าหุ้นกับเพื่อนทำบริษัทยา – ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค –

เป้าหมายการเกษียณตั้งเป้าที่อายุ 45 ต้องมีเงินเก็บ10-50 ล้าน เมื่อก่อนพอล มีเป้าหมายที่จะเกษียณตอนอายุ 45 แต่เมื่อมีโอกาสคุยกับนักวางแผนทางการเงิน ซึ่งในช่วงนั้นเขาเพิ่งจะก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงใหม่ๆ ทำให้มีความจำเป็นต้องหาผู้ช่วยเข้ามาดูแลจัดการเรื่องภาษีและการลงทุน ซึ่งตอนเขาเองก็ยังไม่รู้วิธีการว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้คัวเองมีเงินเก็บเร็วๆ และเกษียณเร็ว

และเมื่อนักวางแผนทางการเงินก็ถามนักแสดงหนุ่มว่า อยากมีเงินใช้เท่าไรหลังเกษียณ และอยากมีลูกกี่คน อยากให้ลูกเรียนต่างประเทศ หรือในประเทศ และอยากมีไลฟ์สไตล์แบบไหน ซึ่งเขาบอกว่าไม่คิดว่าจะถามระเอียดมาก แต่ทุกอย่างกลับเป็นขั้นตอนและกลายเป็นเรื่องจริง ทำให้เขาคิดว่า เรื่องเหล่านี้ ไม่เคยคิดเลย แต่สุดท้ายคำถามที่โดนที่สุดคือ จะตายเมื่อไร ทำให้เขาแทบสะอึก – ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค –

มุ่งมั่นปั๊มเงินล้านเพื่อชีวิตสบายหลังเกษียณ หลังจากนั้นเขาก็พยายามทำเงินให้มากโดยเฉพาะจากรายได้ที่ได้มาจากการทำงานฯลฯ แต่ใช้ให้น้อยลง เพื่อต้องการมีเงินก้อนสำหรับไว้ใช้ยามเกษียณที่อายุ 45 ปี เพราะเขาเองก็คิดอยู่เสมอว่าคนเราเกิดมาเพื่อใช้ชีวิตให้สบาย หลังจากที่ทำงานมานาน อย่างการท่องเที่ยว และทำสิ่งที่รักและชอบ ไปทำอะไรให้กับสังคม แต่ต้องมีเงิน ซึ่งเขาก็ทำตัวให้อยู่ในโหมดนี้มาตลอดคือ หาเงินให้เยอะใช้ให้น้อย

จุดเปลี่ยนของชีวิตและอิสรภาพทางการเงิน แต่จุดเปลี่ยนของเขาก็คือ หนทางที่จะเกษียณได้เร็วขึ้นจะต้องมาจากเงินไหลไม่ใช่เงินเก็บ คือเป็นเงินไหลเข้ามาในลักษณะนี้ตลอดชีวิตโดยที่เขาเองก็ไม่ต้องทำอีก จึงเรียกว่าอิสรภาพทางการเงิน ทำให้เขามีเวลาและได้ใช้เงินในช่วงเวลาที่ยังแข็งแรง เขาบอกว่าทุกคนมีจุดประสงค์และการใช้จ่ายหลังการเกษียณไม่เหมือนกัน – ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค –

แต่ทั้งหมดก็ต้องไม่ลืมเงินที่ได้รับหลังเกษียณจะต้องเป็นเงินไหล เพราะหากมีเงินก้อน อาจจะไม่มีวันเกษียณได้แม้จะบอกว่าตั้งเป้าหลังเกษียณคือ อายุ 45 ถึงแม้ช่วงนั้นจะมีเงินเก็บเงินก้อนจริง แต่หากหยุดทำงาน จริงๆ เมื่ออายุ 60 เงินที่เก็บได้ก็คงจะพร่องไปและทำให้เกิดความไม่อุ่นใจ ทำให้เขาอาจจะต้องลุกขึ้นมาทำใหม่ในตอนแก่อีก