เช็คงวดเงินเข้า ‘เงินประกันรายได้เกษตรกร’-สินเชื่อ

เช็คงวดเงินเข้า ‘เงินประกันรายได้เกษตรกร’

โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว หรือ “เงินประกันราคาข้าว” ซึ่งชาวนาบางรายยังคงติดตามความคืบหน้า เนื่องจากยังไม่ได้รับเงินจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส.แม้ว่า กรมการค้าภายใน ออกประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว – ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค –

เรื่องกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง และการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/64 รอบที่ 1 (งวดที่ 21) ตามที่ รัฐบาล ได้อนุมัติ โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยเกษตรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะโอนเงินให้กับธนาคารแต่ละสาขา

มติที่ประชุม ครั้งที่ 13/2564 เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2564 รอบที่ 1 (งวดที่ 21) ระบุวันที่คาดจะเก็บเกี่ยวถึงวันที่ 22-28 มีนาคม 2564 สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ ณ ความชื้นไม่เกิน 15% ดังนี้ าคาประกัน ข้าวเปลือกหอมมะลิ สิ้นสุดฤดูการเก็บเกี่ยว ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 11,813.33 บาท ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 9,781.50 บาท ข้าวเปลือกหอมปทุม ตันละ 11,314.42 บาท
ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 11,570.54 บาท – ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค –

สำหรับ การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว สำหรับการจ่ายเงินงวดที่ 21 ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2564 ดังนี้ราคาชดเชย ข้าวเปลือกหอมมะลิ สิ้นสุดฤดูการเก็บเกี่ยว ข้าวเปลือกมะลินอกพื้นที่ ตันละ 2,186.67 บาท ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 218.50 บาท ข้าวเปลือกหอมปทุม ราคาสูงกว่าเป้าหมาย ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 429.46 บาท

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ผู้สื่อข่าว ได้รับรายงานจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่เข้าร่วมโครงการ พื้นที่ต่างจังหวัดว่า บางรายเฝ้ารอเงินประกันรายได้เกษตรกรมานาน เพิ่งได้รับเงินแต่ได้ไม่ครบตามจำนวนที่อยากประกันราคาฯ อ้างว่าเงินหมดแล้ว ซึ่งคงต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลในเรื่องนี้ แต่ยังมีบางรายในพื่นที่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ยังไม่ได้เงินยังคงเฝ้ารออยู่ – ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค –

ก่อนหน้านี้ วันที่ 13 มีนาคม 2564 นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2564 และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2563/64 (เพิ่มเติม) เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนระหว่างชะลอการขายข้าว ไม่ต้องเร่งขายในช่วงที่ราคาตกต่ำ

โดยเป็นการปรับกรอบวงเงินจาก 19,826 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอีก 4,504 ล้านบาท รวมเป็น 24,330 ล้านบาท โดยเป็น วงเงินสินเชื่อ จำนวน 3,500 ล้านบาท วงเงินค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าว จำนวน 480 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จำนวน 524 ล้านบาท – ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค –

ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถรองรับการชะลอปริมาณข้าวเปลือกเพิ่มเติม จำนวน 320,000 ล้านตันข้าวเปลือก รวมเป็น 1.82 ล้านตันข้าวเปลือก ณ ความชื้นไม่เกิน ร้อยละ 15 สิ่งเจือปน ไม่เกินร้อยละ 2 ซึ่งข้าวเปลือกชนิดสีได้ต้นข้าวต่ำกว่า 20 กรัม ไม่รับเข้าร่วมโครงการ และข้าวหอมมะลิจะมีเมล็ดข้าวแดงได้ไม่เกินร้อยละ 0.5 (ไม่เกิน 22 เมล็ดใน 100 กรัม)

โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อต่อตัน ดังนี้ ข้าวเปลือกหอมมะลิในเขต 23 จังหวัด ตั้งแต่ 10,400 –11,000 บาท/ตัน ข้าวหอมมะลินอกเขต 23 จังหวัด ตั้งแต่ 8,900 – 9,500 บาท/ตัน ข้าวเจ้า 5,400 บาท/ตัน ข้าวหอมปทุม 7,300 บาท/ตัน และข้าวเหนียว 8,600 บาท/ตัน – ประกันภัย จำนอง เงินให้กู้ยืม บริจาค –

เกษตรกรกู้ได้รายละไม่เกิน 300,000 บาท สหกรณ์การเกษตรแห่งละไม่เกิน 300 ล้านบาท กลุ่มเกษตรกรแห่งละไม่เกิน 20 ล้านบาท และวิสาหกิจชุมชนแห่งละไม่เกิน 5 ล้านบาท กำหนดชำระคืนเงินกู้ภายใน 5 เดือนนับถัดจากเดือนที่รับเงินกู้ โดยไม่มีอัตราดอกเบี้ย โดยขยายระยะเวลาจัดทำสัญญากู้จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 เป็น 31 มีนาคม 2564 และภาคใต้ตั้งแต่เดือนมีนาคม – 31 กรกฎาคม 2564