‘เราชนะ’ ทบทวน รอบ 2 เตรียมรับ 7,000

‘เราชนะ’ ทบทวน รอบ 2 เตรียมรับ 7,000

มาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ระลอก 2 ผ่านโครงการเราชนะ ที่เปิดให้ลงทะเบียน www.เราชนะ.com โดยความคืบหน้าล่าสุด สำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนรับสิทธิ แล้วไม่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติ ซึ่งกระทรวงการคลังเปิดโอกาสให้ยื่นทบทวนสิทธิ์ได้อีกครั้ง รวมทั้งกลุ่มผู้มีแอพลิเคชัน เป๋าตัง ที่อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว สามารถตรวจสอบสถานะ การยื่นทบทวนสิทธิได้แล้วในวันที่ 19 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป

กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ยืนยันถึง คุณลักษณะในการคัดกรองผู้รับสิทธิมาตรการเราชนะครั้งนี้นั้น มี 3 ปัจจัยด้วยกัน คือ เกณฑ์การพิจารณา ทบทวนสิทธิ์ เราชนะ รอบ 2

การเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 แห่งกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม การเป็นเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นใดในหน่วยงานของรัฐ ข้าราชการการเมือง ผู้รับบำนาญหรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการการเป็นผู้มีเงินฝากเกินเกณฑ์ที่กำหนด ในระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม 2564

รวมถึงผู้ที่มีเงินได้พึงประเมินปีภาษี 2562 เกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด และได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษี 2563 แล้ว ระหว่างวันที่ 8 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม 2564

ขั้นตอนการตรวจสอบผลการ ทบทวนสิทธิ์ เราชนะ รอบ 2 เข้าไปที่ www.เราชนะ.com เลือกเมนู ทบทวนสิทธิ กรอกรายละเอียดส่วนบุคคล ได้แก่ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนที่ใช้ลงทะเบียน ชื่อ นามสกุล ภาษาไทย วัน เดือน ปีเกิด (ถ้ามี) จากนั้นกดตรวจสอบสถานะ ก็จะทราบผลการคัดกรองจากมาตรการ เราชนะ

โดยผู้ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติมาตรการ เราชนะ เช็คสิทธิ ตรวจสอบสถานะ จะได้รับการโอนวงเงินสิทธิ์ จำนวน 7,000 บาท ในวันที่ 25 มีนาคม 2564 และสามารถใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ดังกล่าวผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ผ่านผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564

กระทรวงการคลัง อัปเดตความคืบหน้าของโครงการ “เราชนะ” โดยระบุข้อมูลดังนี้ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. 2564 เป็นต้นมา จำนวน 42,164 ล้านบาท

ประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการฯ แล้ว มีจำนวนมากกว่า 16.6 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. 2564 เป็นต้นมา จำนวน 54,117 ล้านบาท

ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 0.5 ล้านคน มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2564 เป็นต้นมา จำนวน 1,391 ล้านบาท

ทั้งนี้ ทำให้มีผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการฯ แล้ว รวมทั้งสิ้นจำนวน 30.8 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 97,672 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการฯ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 1.2 ล้านกิจการ.

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/928118