‘เราชนะ’ ขยายลงทะเบียนครั้งที่ 3-สินเชื่อเงินกู้

‘เราชนะ’ ขยายลงทะเบียนครั้งที่ 3-สินเชื่อเงินกู้

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับการขยายระยะเวลาเปิดรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเราชนะ (โครงการฯ) ครั้งที่ 3 ตามนโยบายของนายอาคม-สินเชื่อ,เงินกู้,ประกันภัย,จำนอง,เงินให้กู้ยืม,บริจาค

เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สำหรับประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง (ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ทุพพลภาพ ผู้ป่วยติดเตียง) ที่ไม่สามารถเดินทางออกจากที่พักอาศัยได้และจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยรับลงทะเบียนเคลื่อนที่-สินเชื่อ,เงินกู้,ประกันภัย,จำนอง,เงินให้กู้ยืม,บริจาค

ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 9 เมษายน 2564 ว่า ประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ในช่วงเวลาดังกล่าว จะทราบผลการคัดกรองคุณสมบัติได้ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2564 เป็นต้นไป โดยผู้ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติจะได้รับการโอนวงเงินสิทธิ์ จำนวน 7,000 บาท-สินเชื่อ,เงินกู้,ประกันภัย,จำนอง,เงินให้กู้ยืม,บริจาค

และสามารถใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ผ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) ได้ที่ผู้ประกอบการร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2564 โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าของโครงการฯ ณ วันที่ 2 เมษายน 2564 ดังนี้-สินเชื่อ,เงินกู้,ประกันภัย,จำนอง,เงินให้กู้ยืม,บริจาค

1) ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 70,942 ล้านบาท-สินเชื่อ,เงินกู้,ประกันภัย,จำนอง,เงินให้กู้ยืม,บริจาค

2) ประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการฯ แล้ว จำนวน 16.8 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 104,900 ล้านบาท และ-สินเชื่อ,เงินกู้,ประกันภัย,จำนอง,เงินให้กู้ยืม,บริจาค

3) ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 2.0 ล้านคน มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2564 เป็นต้นมา จำนวน 11,206 ล้านบาท ทำให้มีผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการฯ แล้ว รวมทั้งสิ้น จำนวน 32.5 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 187,048 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการฯ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 1.3 ล้านกิจการ-สินเชื่อ,เงินกู้,ประกันภัย,จำนอง,เงินให้กู้ยืม,บริจาค

ซึ่งนางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ณ วันที่ 2 เม.ย.64 มีผู้ใช้สิทธิ์โครงการ “เราชนะ” รวม 32.5 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้กว่า 187,048 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคา ประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”, ร้านค้าคนละครึ่ง ที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงร้านค้า และผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกว่า 1.3 ล้านกิจการ-สินเชื่อ,เงินกู้,ประกันภัย,จำนอง,เงินให้กู้ยืม,บริจาค

สำหรับผู้ใช้สิทธิ แบ่งเป็น 1.กลุ่มผู้ถือบัตร สวัสดิการแห่งรัฐ 13.7 ล้านคน ใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย.64 รวม 70,942 ล้านบาท 2.กลุ่มที่มีแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ทั้งจากโครงการเราเที่ยวด้วยกัน, คนละครึ่ง และเราชนะ 16.8 ล้านคน ใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.64 รวม 104,900 ล้านบาท และกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ 2 ล้านคน-สินเชื่อ,เงินกู้,ประกันภัย,จำนอง,เงินให้กู้ยืม,บริจาค

ใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค.64 รวม 11,206 ล้านบาท ส่วนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ลงทะเบียนที่หน่วยลงทะเบียนเคลื่อนที่ได้จนถึงวันที่ 9 เม.ย.นี้ หากผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว สามารถใช้จ่าย ผ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด ได้ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.-31 พ.ค.64-สินเชื่อ,เงินกู้,ประกันภัย,จำนอง,เงินให้กู้ยืม,บริจาค

ที่มา https://siamrath.co.th/n/232586

About Supatrugee Truststore Columnist

View all posts by Supatrugee Truststore Columnist →