‘สว.คมสัน โพธิ์คง’ เผย โหวตนายกฯ รอบ 2 เสนอ ‘พิธา’ ซ้ำไม่ได้

‘สว.คมสัน โพธิ์คง’ เผยโหวต นายกฯ รอบ 2 เสนอ ‘พิธา’ ซ้ำไม่ได้

วันที่ 18 ก.ค. 2566 นายคมสัน โพธิ์คง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวไทยรัฐทีวี ว่า
การเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในการโหวตเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี มันคือการเสนอญัตติ ซึ่งวิธีคิดในเรื่องญัตติตามแนว

ทางรัฐสภา คือการเสนอเรื่อง หรือประเด็น ซึ่งประสงค์ให้สภาลงมติ หรือให้ความเห็นชอบอย่างหนึ่งอย่างใด โดยมติจะมีผู้รับรองหรือไม่
ตามรัฐธรรมนูญข้อบังคับ หรือกฎหมายใดกำหนดก็เป็นไปตามนั้น ฉะนั้นเรื่องการเสนอชื่อ นายพิธา เป็นนายกฯ มันคือการเสนอญัตติ
เลือกคนเป็นนายกฯ เพราะฉะนั้นในวันพรุ่งนี้จะมาเสนอ คุณพิธา เป็นนายกฯ ซ้ำครั้งที่ 2 ไม่สามารถทำได้แล้ว ซึ่งในตอนนี้พรรค

เพื่อไทยเองก็ได้ออกมายอมรับแล้วว่า การเสนอ คุณพิธา เป็นนายกฯ คือการเสนอญัตติ “แต่เป็นญัตติที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา
272 เพราะฉะนั้นจะเอาหลักของญัตติตามหลักทั่วไปมากำหนดใช้ไม่ได้”แต่ประเด็นนี้ตนไม่เห็นด้วยกับพรรคเพื่อไทย เพราะว่าหากอ่านข้อ

บังคับกันจริงๆ แล้วจะทราบว่า การเสนอชื่อเลือกนายกฯ มันคือการเสนอญัตติตามมาตรา 272 และข้อสำคัญคือ ในข้อ 139 ของข้อ
บังคับการประชุมรัฐสภาเขียนไว้ว่า การที่เสนอชื่ออีก หรือว่าจะเปลี่ยนตัวบุคคลเป็นคนนอก ตามมาตรา 88 จะต้องอาศัยญัตติของสมา
ชิก 2 ใน 3 ของรัฐสภา คือ ประมาณ 500 คน มีคนเสนอต่อสภาให้ลงมติให้ได้กึ่งหนึ่ง เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า เรื่องนี้ข้อบังคับ

จะเขียนลับไว้ว่า การเสนอเรื่องเหล่านี้เพื่อจะเปลี่ยนคนจากบัญชีหนึ่ง มันเป็นญัตติตามมาตรา 272 และจะมีข้อบังคับที่ 41 ว่า
“ญัตติที่ตกไปแล้ว จะหยิบยกขึ้นมาเสนออีกไม่ได้แล้ว เว้นแต่ประธานสภาจะเห็นควร แต่ต้องมีเหตุเปลี่ยนแปลง” เพราะฉะนั้นหากว่า
กันตามหลักกฎหมาย ในความเห็นตนมองว่า การที่จะเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่สอง “ไม่สามารถ

ได้แล้ว” แต่ว่าเขาจะเสนอหรือไม่เสนอก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าหากเสนอไปก็จะเป็นข้อโต้แย้งกันในสภาอีกว่า สามารถทำได้หรือไม่
ซึ่งก็ต้องไปโต้แย้งและลงมติกันว่า จะสามารถเสนอซ้ำอีกได้หรือไม่ แต่ในการลงมติเองก็เป็นความเสี่ยงของประธานสภาเอง
เพราะอาจจะมีคนไปต่อว่าประธานสภาประพฤติโดยมิชอบตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็จะเป็นปัญหาไปถึงศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

ซึ่งหากมีคนไปร้องตามมาตรา 49 ผู้ที่จะได้รับความเดือดร้อน ก็จะเป็นผู้ที่โหวตเห็นชอบให้ นายพิธา เป็นนายกฯ รวมถึงผู้
ได้รับผลกระทบหนักสุดก็ คือ ประธานสภา “แต่หากในวันพรุ่งนี้ มีการเสนอ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และมีการเสนอชื่อบุคคลอื่น

มาแข่งขันด้วยก็จะถือได้ว่า การเสนอญัตตินี้มีเหตุเปลี่ยนแปลง สามารถเสนอได้” เมื่อถามต่อว่า หากในวันพรุ่งนี้เสนอชื่อ นายพิธา
ลิ้มเจริญรัตน์ ได้สำเร็จ นายพิธา มีสิทธิได้เสียงจาก ส.ว. ไปในทิศทางใด อาจารย์คมสัน ตอบว่า ลักษณะน่าจะคล้ายกับการโหวต

เลือกครั้งแรก คือ คะแนนอาจจะลดลงหรือเพิ่มขึ้นเพียงแค่เล็กน้อย แต่ตนมองว่าคะแนนที่ไม่เห็นชอบอาจจะเพิ่มขึ้น เพราะจากด้อมส้มไป
กดดัน ส.ว. ซึ่งตนมองว่าตรงนี้ไม่ได้ทำให้ ส.ว. กลัว แต่จะทำให้ ส.ว. ต่อต้านมากกว่าเดิม และกลายเป็นเหตุเพิ่มเติมในการนำมา

อภิปรายในประเด็นเหล่านี้อีกด้วยว่า เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม อาจจะทำให้ทั้ง 13 คน ที่เห็นชอบในตอนแรก เปลี่ยนใจด้วยก็เป็น
ไปได้ซึ่งตนมองว่าปัจจัยที่จะทำให้ประเทศไทยได้รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีคือการสลับขั้วพรรคร่วมใหม่ คือก้าวไกลต้องไปเป็นฝ่ายค้าน
และพรรคเพื่อไทยต้องไปจับคู่กับพรรคอื่นๆ ในการจัดตั้ง

MUv5Qb.md.jpeg
MUvq4J.md.jpeg
MUvErf.jpeg
MUvbda.md.jpeg
MUvjZq.md.jpeg
MUvlsz.md.jpeg
MUvom8.md.jpeg
MUvA9R.md.jpeg
MUvPj0.md.jpeg
MUvCNZ.md.jpeg

About awitra Truststore Columnist

View all posts by awitra Truststore Columnist →

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *