เหลือเวลาไม่นาน ‘ชูวิทย์’ ป่วยมะเร็งตับเข้าระยะ 4 ลั่น ขอแฉ ‘เศรษฐา’ ครั้งสุดท้าย

เหลือเวลาไม่นาน ‘ชูวิทย์’ ป่วยมะเร็งตับเข้าระยะ 4 ลั่น ขอแฉ ‘เศรษฐา’ ครั้งสุดท้าย

เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่โรงแรมเดอะเดวิส สุขุมวิท 24 ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แถลงข่าวในประเด็น การอภิปรายคุณสมบัติ นายกรัฐมนตรี
‘มีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์หรือไม่ ชูวิทย์ ระบุว่า เมื่อเช้าไปโรงพยาบาลมาแต่เช้า ไปฉีดยา (ดื่โม) ผมมีเวลาอยู่ไม่เยอะในโลกใบนี้

ชีวิตผมเป็นเส้นด้าย อาจจะเป็นเส้นสุดท้าย ดังนั้นเหตุผลในการแถลงครั้งนี้ ผมขอเรียนให้ทราบว่า มีความพยายาม ที่จะไม่ให้
ผมพูดในทุกวิถีทาง มีการนำเสนอ มีการใส่ร้าย แต่ผมไม่จำเป็นต้องมาแก้ตัวแล้ว เพราะเวลาอันสั้นของผมนั้น ผมยินดีให้คุณดูหลักฐานดีกว่า
ชูวิทย์ กล่าวต่อว่า ตนยอมรับว่าตัวเองไม่มีต้นทุน แต่คนที่มีต้นทุนในเรื่องนี้ คือ เศรษฐา ทวีสิน ที่ตนทราบมาว่า ไปคุกเข่ากับทักษิณ ชินวัตร

อดีตนายกรัฐมนตรี และ คุณหญิงพจมาน ดามาพงค์ อดีตภรรยาทักษิณ เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าจะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองได้เป็นนายกฯ
การแถลงในครั้งนี้ชูวิทย์ได้ยกประเด็นเรื่องที่ดินสารสินมาอธิบายพร้อมแสดงหลักฐานเป็นโฉนด การโอนจ่าย ธุรกรรมการจำนองที่ดิน และ แผนผังของ

เครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาแสดง โดยช่วงหนึ่งระบุว่าที่ดินถนนสารสิน บริษัทประไพทรัพย์ จำกัด ถือครองตั้งแต่ 17 พฤศจิกายน 2526 ต้นทุน 7 ล้านบาทต่อมา
บริษัทประไพทรัพย์ จดทะเบียนเลิกบริษัท เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2561 โดยมีการแบ่งที่ดินผืนดังกล่าวตามส่วนผู้ถือหุ้น ประกอบด้วย ประไพ,บุญศรี,อนณ,
ธันยาณฐพงศ์,ภพธร,ชิน,อัครรัฐ,วีร์กฤติ,กุลกมล,ปวิตรา และ วีรวรรธน์ รวม 12 ราย ซึ่งต่อมาชูวิทย์ระบุว่า บุคคลทั้ง 12 ได้มีการโอนขายหุ้นให้บริษัท

แสนสิริ จำกัด(มหาชน) ลักษณะแบ่งโอนแยก รายบุคคลทั้งที่เป็นที่ดินแปลงเดียวกัน ซึ่งมองว่าเพื่อเป็นการเลี่ยงภาษี ชูวิทย์ ขยายความต่อว่า การทำนิติกรรม
ที่เกิดขึ้นถือเป็นนิติกรรมอำพราง คือ การโอนพร้อมกัน 12 คน 1วัน จะ ถือว่าเป็นโอนในฐานะคณะบุคคล หรือ ห้างหุ้นส่วนสามัญ ซึ่งมีภาษีโอนที่ดินที่ต้องจ่าย คือ ภาษีกรมที่ดิน 59.2
ล้านบาท และ ภาษีสรรพากร ภงต.90 อัตราก้าวหน้า 35% มูลค่า 521 ล้านบาท แต่กลับกันหากโอนที่ดิน 12 คน 12 วันจะเสียภาษีกรมที่ดิน อยู่ที่ 59.2 ล้านบาทเท่านั้น

ฉะนั้นแล้วกรณีนี้ทำให้รัฐเสียภาษี 521,130,789.05 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีของ พิธา ลิ้มเจริญรัต หัวหน้าพรรคก้าวไกลที่ถือครองหุ้น 42,000 หุ้นของบริษัทไอที
วี จำกัด(มหาชน) กรณีนี้ไม่ได้ทำให้รัฐเสียหายแม้แต่บาทเดียว พิธาจึงถือว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนในการเป็นนายกฯ ชูวิทย์ กล่าวว่า พฤติการณ์ของเศรษฐาถือว่าร่วมกันกระทำ

ความผิดโดยการหลีกเลี่ยงภาษีให้ผู้ขาย ซึ่งเรื่องนี้คนขายที่ดินทำคนเดียวไม่ได้ เหมือนการตบมือข้างเดียวไม่ดัง เรื่องนี้ต้องมีคนซื้อ ที่มีความรู้ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มาช่วยสนับสนุนความผิด
ในวันที่มีการซื้อขายโอนที่ดินเศรษฐาไม่สามารถปฏิเสธว่าไม่รับรู้เพราะวันนั้นเศรษฐามีสถานะเป็นกรรมการผู้ จัดการใหญ่ เป็นผู้ลงชื่อรับรองรายงานการประชุม “ถ้าเศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรี
แน่ใจหรือว่าคุณจะไม่ช่วยนายทุนจะไม่ช่วยเลี่ยงภาษีเพราะการซื้อขายขนาดแค่ นี้คุณยังช่วยฉะนั้นเศรษฐาไม่มีทาง มีความบริสุทธิ์ในการปฏิบัติหน้าที่ ท้ายที่สุดประเทศไทยจะได้นายกฯที่เป็น

นายทุน” ชูวิทย์ กล่าว จากนั้นชูวิทย์ได้นำถาดพิซซ่ขึ้นมาแสดงตัวอย่างเพื่อเปรียบเทียบการตัดแบ่งโอนที่ดินเป็น 12 ชิ้นและระบุว่าอีก ข้อน่าสงสัยคือทำไมในที่ดินผืนเดียวกันสามารถแบ่งขายราคาได้
หลากหลายราคา 12 คน ขายคนละราคาอย่างไรก็ตามตนจะนำข้อมูลและเอกสารที่นำมาแถลงวันนี้ไปยื่นต่อ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ,ประธานรัฐสภา
และ กรมสรรพากร เพื่อให้นำข้อมูลนี้ไปประกอบในการพิจารณา โหวต เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีเพราะตนเชื่อว่าพฤติการณ์เหล่านี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 ที่ระบุว่านายกฯ

ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต และ ถือว่ามีความผิดตามประมวลรัษฎากร พ.ศ.2481 มาตรา37 และ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 “เขาเป็นคนตัวสูงมักจะมองข้ามคนอื่นๆ ในพรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้ชอบ
เพราะถือว่ามาในฐานะตั๋วปู ของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เศรษฐา เป็นคนมีอีโก้สูง ปากไวใจร้อน ตนรู้พฤติกรรมหมดเวลาจะแฉใคร” ชูวิทย์กล่าว ส่วนที่มีผู้สงสัยว่าการออกมาเปิดโปงครั้งนี้ของตน
เป็นเรื่องส่วนตัวเนื่องจาก บมจ.แสนสิริ ไม่ซื้อที่ดินตนเองหรือไม่ ชูวิทย์กล่าวว่าตนขายที่ดินนั้นให้กับบริษัทเอกชนรายหนึ่งไปแล้วเมื่อ 3 ปีก่อนฉะนั้นขายให้ บมจ.แสนสิริไม่ได้

อยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ บมจ.แสนสิริเคยส่งผู้มาเจรจาเรื่องที่ดินดังกล่าวจริงเมื่อปี 2565ชูวิทย์ กล่าวว่า การออกมาเปิดโปงของตนเป็นไปเพื่อประโยชน์ของสาธารณชน งานนี้ตนขอแฉเพื่อชาติ เพราะ
ตนมีเวลาไม่นานแล้วเมื่อเช้าตนไปรับการรักษาด้วยดีโมมา แต่ตนคิดว่าถึงจะตายไปวันนี้ พรุ่งนี้ทุกอย่างก็กลับมาแบบเดิม ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่เหลืออยู่ทั้งหมดของพรรคเพื่อไทยส่วนตัว

มองว่าชัยเกษม นิติสิริ เป็นผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งนายกฯ เพราะเป็นผู้มีอายุมากแล้ว คงไม่ได้คาดหวังเงินทองใดๆ และยังมีความเป็นนักกฎหมาย ซึ่งเดิมคุณหญิงพจมานและทักษิณเองก็เลือกชัยเกษม
นอกจากนี้ชีวิทย์ แบ่งประเด็นการเปิดเนื้อหาเป็น 10 ตอนประกอบด้วย EP.1 ชื่อตอน 12 คน 12 วัน EP.2 ชื่อตอน ปั่น EP.3 ชื่อตอน บวม EP4 ชื่อตอน ขงเบ้ง EP.5 ชื่อตอน ร้าง

EP.6 ชื่อตอน แพะชนแกะ EP.7 ชื่อตอน ฟอก EP.8 ชื่อตอน ตัดตอน EP.9 ชื่อตอน กู้ EP.10 ชื่อตอน บทสรุปธาตุแท้ของนายทุน ในช่วงท้ายของการแถลงชูวิทย์ได้เปิดแผ่นไวนิล ที่เป็น
ข้อมูลของการ โอน ซื้อโอนที่ดิน ที่เป็นประเด็น กับเศรษฐาต่อสื่อมวลชน พร้อมยืนยันว่าทักษิณ จะยังไม่เดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 10 สิงหาคมนี้อย่างแน่นอน
เพราะทุกอย่างยังไม่ลงตัว เนื่องจากพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล และแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

MaUsfe.md.jpeg
MaUAJt.md.jpeg
MaU25l.md.jpeg
MaUCVk.md.jpeg
MaUniE.md.jpeg
MaU6Sv.md.jpeg
MaUruN.md.jpeg
MaU8IV.md.jpeg
MaUVwQ.md.jpeg

About awitra Truststore Columnist

View all posts by awitra Truststore Columnist →

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *